กันสาดพับเก็บได้ Open Model vs Full Cassette ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี?

ใครที่กำลังมองหากันสาดพับเก็บได้สำหรับบ้าน คาเฟ่ หรือร้านอาหาร น่าจะเคยเห็นคำว่า Open Model และ Full Cassette ผ่านตามาบ้าง แม้ทั้งสองแบบจะทำหน้าที่คล้ายกัน คือช่วยสร้างร่มเงาและสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ต้องการใช้งาน แต่รายละเอียดด้านการออกแบบและการดูแลรักษานั้นแตกต่างกันพอสมควร

ความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีจัดเก็บตัวกันสาด โดย Open Model จะไม่มีตลับครอบปิดผ้าใบทั้งหมด ส่วน Full Cassette จะมีกล่องสำหรับเก็บชุดผ้าใบและแขนกันสาดเมื่อพับเก็บ ทำให้ดูเรียบร้อยและช่วยปกป้องส่วนประกอบจากสิ่งสกปรกภายนอกได้มากขึ้น

หากกำลังเปรียบเทียบกันสาดพับเก็บได้ทั้งสองรูปแบบ รุ่น Spettmann และ Terra FS จาก SANGTHONG CREATION เป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจน แล้วแบบไหนเหมาะกับบ้านหรือธุรกิจของคุณมากกว่ากัน? มาดูรายละเอียดกัน

Open Model กับ Full Cassette คืออะไร?

ก่อนเลือกซื้อกันสาด ลองทำความเข้าใจรูปแบบของทั้งสองระบบกันก่อน เพราะความแตกต่างเรื่องกล่องเก็บมีผลทั้งต่อรูปลักษณ์และการดูแลในระยะยาว

กันสาดพับเก็บได้ Open Model

Open Model คือกันสาดแขนพับที่ไม่มีตลับครอบปิดชุดผ้าใบทั้งหมด เมื่อกางออก แขนพับจะยื่นออกจากผนังเพื่อรองรับผ้าใบและสร้างร่มเงา ส่วนเมื่อพับเก็บ ชุดผ้าใบจะถูกม้วนหรือพับกลับเข้าหาตัวอาคารโดยไม่ได้อยู่ภายในกล่องปิดมิดชิดแบบ Full Cassette

ข้อดีของรูปแบบนี้คือมีโครงสร้างที่ดูเรียบง่าย และสามารถเลือกระบบควบคุมได้ตามความต้องการ เช่น ระบบมือหมุนหรือระบบมอเตอร์พร้อมรีโมทในรุ่นที่รองรับ

ตัวอย่างคือ กันสาดพับเก็บได้ Spettmann ซึ่งสามารถเลือกชนิดผ้าใบได้หลายประเภท ทั้ง Acrylic, Solar View และ Solar Sand อีกทั้งยังรองรับอุปกรณ์เสริมอย่างเซ็นเซอร์ลมและเซ็นเซอร์แสงแดดตามระบบที่เลือก

Open Model จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการกันสาดพับแขนที่ปรับแต่งวัสดุและระบบควบคุมได้หลากหลาย โดยควรคำนึงถึงการดูแลผ้าใบที่ไม่ได้รับการปกป้องด้วยกล่องปิดเต็มรูปแบบด้วย

กันสาดพับเก็บได้แบบกล่อง Full Cassette

Full Cassette เป็นกันสาดที่ออกแบบให้มีตลับครอบสำหรับจัดเก็บชุดกันสาด เมื่อพับเก็บ ผ้าใบและส่วนประกอบต่าง ๆ จะอยู่ภายในกล่องตามการออกแบบของรุ่น ช่วยลดการสัมผัสกับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจากภายนอก

รุ่น Terra FS จาก SANGTHONG CREATION ใช้แนวคิดการออกแบบแบบ Full Cassette พร้อมกล่องทรงโค้งมนและโครงสร้างอะลูมิเนียมเคลือบ Powder Coating สีดำด้าน ทำให้ตัวกันสาดดูเรียบร้อยแม้ในช่วงที่ไม่ได้กางใช้งาน

อีกจุดที่น่าสนใจคือระบบมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมรีโมทของรุ่นนี้ ซึ่งใช้ควบคุมการเปิด-ปิดกันสาดและไฟ LED ที่แขนกันสาดได้ในคราวเดียวกัน ช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้งานพื้นที่กลางแจ้งเป็นประจำ

ข้อดีของ Full Cassette คือการเก็บผ้าใบไว้ในกล่องเมื่อพับเก็บ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องดูแลรักษาเลย ควรตรวจสอบและทำความสะอาดกันสาดตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างสม่ำเสมอ

เปรียบเทียบ Open Model กับ Full Cassette ต่างกันอย่างไร?

หากมองเผิน ๆ กันสาดทั้งสองแบบอาจดูคล้ายกันเมื่อกางออก แต่เมื่อพับเก็บจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณที่เก็บผ้าใบและรูปลักษณ์ของตัวกันสาด

หัวข้อเปรียบเทียบ Open Model: Spettmann Full Cassette: Terra FS
รูปแบบโครงสร้าง ไม่มีตลับครอบปิดผ้าทั้งหมด (เห็นชายผ้าใบ) มีกล่องครอบชุดกันสาด
การจัดเก็บผ้าใบ พับเก็บโดยไม่มีกล่องปิดมิดชิด เก็บผ้าใบไว้ภายในกล่องเมื่อพับ
การปกป้องผ้าใบ ต้องใส่ใจการดูแลระหว่างใช้งานและจัดเก็บ กล่องช่วยลดการสัมผัสฝุ่นและสิ่งสกปรก
ระบบควบคุม เลือกมือหมุน หรือ มอเตอร์+รีโมทได้ มอเตอร์+รีโมท และมาพร้อมกับก้านหมุนในตัวใช้กรณีไม่มีไฟฟ้า
ไฟ LED - มีไฟ LED ที่แขนกันสาด
ตัวเลือกผ้าใบ Acrylic, Solar View และ Solar Sand Acrylic
จุดเด่น ตัวเลือกวัสดุผ้าใบที่หลากหลาย ดีไซน์แบบกล่องและการจัดเก็บผ้าใบมิดชิด

รายละเอียดข้างต้นอ้างอิงจากสินค้าของทั้งสองรุ่นที่สามารถทำได้ โดยอุปกรณ์เสริมและตัวเลือกบางรายการอาจขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและรูปแบบการติดตั้ง จึงควรตรวจสอบกับผู้จำหน่ายก่อนสั่งซื้อ

เรื่องการดูแลรักษา แบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า?

หากเลือก Open Model อย่าง Spettmann ควรเข้าใจว่าผ้าใบจะไม่ได้รับการปกป้องด้วยกล่องปิดทั้งหมดเมื่อพับเก็บ จึงควรหมั่นตรวจสอบสภาพผ้าใบ ทำความสะอาดเมื่อมีฝุ่นสะสม และพับเก็บเมื่อสภาพอากาศไม่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ในส่วนของ Terra FS กล่อง Full Cassette ช่วยลดการสัมผัสของผ้าใบกับสิ่งสกปรกและความชื้นจากภายนอกในช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน จึงเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับการเก็บผ้าใบให้มิดชิดและต้องการรูปลักษณ์ที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม การมีกล่องครอบไม่ได้รับประกันว่าผ้าใบจะไม่มีคราบหรือไม่เสื่อมสภาพ ควรหลีกเลี่ยงการเก็บผ้าใบที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน และตรวจสอบกลไกแขนพับ จุดยึด และระบบมอเตอร์ตามระยะที่ผู้ผลิตแนะนำ

เลือกกันสาดพับเก็บได้แบบไหนดีให้เหมาะกับบ้าน?

การเลือกกันสาดไม่จำเป็นต้องเลือกแบบที่มีฟังก์ชันมากที่สุดเสมอไป แต่ควรเริ่มจากการพิจารณาว่าพื้นที่ของคุณต้องการอะไรเป็นหลัก

เลือก Open Model หากต้องการความยืดหยุ่น

Spettmann เหมาะกับผู้ที่ต้องการเลือกระบบควบคุมได้ตามลักษณะการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบมือหมุนหรือมอเตอร์รีโมท รวมถึงผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบชนิดผ้าใบหลายแบบให้เข้ากับพื้นที่

รูปแบบนี้นำไปใช้ได้ทั้งบริเวณระเบียงบ้าน พื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง คาเฟ่ ร้านอาหาร และสำนักงาน โดยควรเลือกขนาดและระยะยื่นให้เหมาะสมกับหน้างาน

กันสาดพับเก็บได้

จุดเด่นของหลังคาผ้าใบพับเก็บได้ Spettmann

กันสาดพับได้ Spettmann มีนวัตกรรมที่ผสานความแกร่งทนทาน ทั้งเรื่องวัสดุและการปรับแต่งที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

  • คุณภาพเยอรมนี แข็งแรง ทนทาน ได้รับความนิยมในยุโรปและสหรัฐฯ
  • มีทั้งระบบมือหมุน หรือ มอเตอร์+รีโมท
  • รองรับอุปกรณ์เสริมอัจฉริยะ เช่น เซ็นเซอร์ลม และเซ็นเซอร์แสงแดด
  • ใช้งานหลากหลาย กันแดด กันฝน และเพิ่มความสวยงามให้กับอาคาร
  • ปรับแต่งได้ตามต้องการ เลือกสีผ้าให้เข้ากับดีไซน์ หรือพิมพ์โลโก้เพื่อส่งเสริมการตลาด

LIMITATION Width (กว้าง) : 2.00-8.00 m. Projection (แขนยื่น) : 1.50, 2.00,2.50, 3.00,3.50m. Control System: Manual Gear, Motorized + Remote

เลือก Full Cassette หากเน้นความเรียบร้อยและการเก็บผ้าใบ

Terra FS เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้กันสาดดูเรียบร้อยเมื่อพับเก็บ และให้ความสำคัญกับการปกป้องผ้าใบด้วยกล่องครอบ นอกจากนี้ยังมีไฟ LED ที่แขนกันสาด ซึ่งช่วยเพิ่มแสงสว่างให้พื้นที่ในช่วงเย็นได้

จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับระเบียงบ้านสมัยใหม่ บ้านที่มีพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง หรือร้านอาหารและคาเฟ่ที่ต้องการใช้พื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงค่ำ

ทั้งสองรุ่นสามารถนำไปใช้กับบ้านและธุรกิจได้ ความเหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับพื้นที่ติดตั้ง รูปแบบการใช้งาน ดีไซน์ที่ต้องการ และงบประมาณเป็นสำคัญ

กันสาดพับเก็บได้

จุดเด่นของ Terra FS

  • ดีไซน์ Full Cassette ปิดมิดชิด 100% ปกป้องผ้าใบจากฝุ่นและความชื้น ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น
  • โครงสร้างแข็งแรง เคลือบ Powder Coated สีดำด้าน เพิ่มความหรูหราและทนทานต่อสภาพอากาศ
  • ระบบมอเตอร์+รีโมท และมาพร้อมกับก้านหมุนในตัว สามารถใช้เปิดปิดกันสาดได้กรณีที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าได้
  • มีรุ่นที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ไฟ LED ที่แขนกันสาด ให้แสงสว่างและสร้างบรรยากาศในเวลากลางคืน และ มีตัวเลือกรุ่นที่ประหยัดกว่าสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการไฟ LED
  • สำหรับระบบมอเตอร์สามารถควบคุมด้วยรีโมทเพียงตัวเดียว สั่งงานทั้งการเปิด-ปิดกันสาดและไฟ LED ได้อย่างสะดวก

LIMITATION Width (กว้าง) : 3.00-6.00 m. Projection (แขนยื่น) : 1.50, 2.00, 2.50, 3.00, 3.50 m. Control System : Motorized+ Remote + LED Light

ก่อนติดตั้งควรพิจารณาอะไรบ้าง?

นอกจากรูปแบบ Open Model และ Full Cassette แล้ว ยังมีรายละเอียดที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ

ขนาดและระยะยื่นของกันสาด: ควรเลือกให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการร่มเงา โดยไม่กีดขวางทางเดินหรือพื้นที่ข้างเคียง

ชนิดผ้าใบ: ผ้าใบแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งการกรองแสง การป้องกันน้ำ และการดูแลรักษา จึงควรเลือกให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและลักษณะการใช้งาน

ระบบควบคุม: หากต้องกางและเก็บกันสาดบ่อย ระบบมอเตอร์รีโมทอาจช่วยเพิ่มความสะดวก ส่วนระบบมือหมุนก็เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมด้วยตัวเอง

ความแข็งแรงของจุดติดตั้ง: ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบผนัง จุดยึด และโครงสร้างก่อนติดตั้ง เพื่อให้รองรับน้ำหนักและแรงที่เกิดขึ้นระหว่างใช้งานได้เหมาะสม

งบประมาณ: ราคาขึ้นอยู่กับรุ่น ขนาด ผ้าใบ ระบบควบคุม และอุปกรณ์เสริม การขอใบเสนอราคาจากขนาดหน้างานจริงจะช่วยให้เปรียบเทียบได้แม่นยำกว่า

กันสาดพับเก็บได้

กันสาดพับเก็บได้

สรุป: Open Model หรือ Full Cassette เลือกแบบไหนดี?

หากกำลังมองหา กันสาดพับเก็บได้ และยังตัดสินใจไม่ได้ระหว่าง Open Model กับ Full Cassette ให้เริ่มจากสิ่งที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุด

Spettmann รุ่น Open Model เหมาะกับผู้ที่ต้องการตัวเลือกด้านระบบควบคุมและชนิดผ้าใบที่หลากหลาย ส่วน Terra FS รุ่น Full Cassette เหมาะกับผู้ที่ชอบดีไซน์แบบกล่อง ต้องการเก็บผ้าใบไว้ภายในเมื่อพับเก็บ และต้องการไฟ LED ที่แขนกันสาด

ไม่มีแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะแต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกัน หากเลือกให้เหมาะกับพื้นที่จริงและดูแลตามคำแนะนำของผู้ผลิต ก็จะช่วยให้ใช้งานกันสาดได้อย่างสะดวกและคุ้มค่าในระยะยาว

ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SANGTHONG CREATION

กันสาดพับเก็บได้
กันสาดพับเก็บได้
กันสาดพับเก็บได้